วันอังคารที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2553

กี่เพ้า ชุดประจำชาติของสาวแดนมังกร

Stud Earrings | Silver Earrings | Solitaire...
Square Mile Onyx and Mother of Pearl Cuffli...
The Stainless Steel Jewellery Shop - 7mm En...
The Stainless Steel Jewellery Shop - 7mm He...
Jules Body Jewellery-Belly Bars-Zip Belly B...
Silver Plain Star and Heart Stud Earrings Set
Tribe leather black plaited bracelet / wris...
Stud Earrings | Silver Earrings | Solitaire...
Square Mile Onyx and Mother of Pearl Cuffli...
The Stainless Steel Jewellery Shop - 7mm En...
The Stainless Steel Jewellery Shop - 7mm He...
Jules Body Jewellery-Belly Bars-Zip Belly B...
MPS Mens Copper Magnetic Bangle / Bracelet ...
1 x Shimmering Purple Glass Foil Charm Bead...
SILVER TURQUOISE SNOWMAN SHAPE DROP EARRINGS
1 x Shimmering Purple Glass Foil Charm Bead...
SILVER TURQUOISE SNOWMAN SHAPE DROP EARRINGS
Summer Style Butterfly Leather Cord Necklace
Kit Heath Sterling Silver 90CYCZ Ladies Con...
Silver Embossed Expanding Baby Bangle
Stackers Jewellery Box - Medium Ring/Bracel...
Silver Ladies Open Dove Pendant on 18" Curb...
Fred Bennett Men's B2574B Men's Plaited Lea...
x1 Tibetan Silver Spacer Charm Bead for Pan...
Mens Blue & White Braided Leather Tie F...
Single Clear CZ Stud Earring (Fake Ear Plug...
18 Link Matt Italian Charm Starter Bracelet...

{สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน...แหม๋คุณพี่แอ๊บ แอ้วันนี้ใส่ชุดกี่เพ้าเดินเฉิดฉายมาเลยนะคะเนี่ย ดูสิคะใส่ชุดผ่าข้างเว้าสูงมาถึงใต้รักแร้เลยทีเดียว}

*o* ว้าย! คุณน้องพูดอย่างนี้เดี๋ยวคุณผู้อ่านตกใจหมดสิคะ คุณพี่แอ๊บแอ้ใส่ชุดข้างในถึง 2 ชั้นเลยนะค่ะเนี่ย แห ม๋คุณพี่แอ๊บแอ้ ไม่ได้เป็น น้อง สาหร่ายนะคะอิอิ

แล้วคุณน้องอ๊บ อ๊บและท่านผู้อ่านทราบหรือไม่คะว่า ชุดกี่เพ้า เนี่ยเป็นชุดประจำชาติของสาวจีน ซึ่งมีประวัติ และวิวัฒนาการมากว่า 400 ปีแล้วค่ะ

กี่เพ้าหรือฉีเผา ตามสำเนียงจีนกลางนี้ มีต้นกำเนิดในสมัยราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1644-1911) ซึ่งปกครองแบบ 8 แว่นแคว้นหรือปาฉี โดยผู้ปกครองชาวแมนจู คำว่า ฉีในปาฉีและคำว่า เผานั้นหมายถึงเสื้อผ้าชุดยาวตลอดลำตัว จึงเป็นที่มาของ ฉีเผานั่น เอง โดยได้รับความนิยมสูงสุดในรัช สมัย คังซี และ หยงเจิ้ง (ค.ศ.1662-1736) ยุครุ่งเรืองแห่งราชวงศ์ชิง

ซึ่งต่างจากสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368-1644) ยุคก่อนหน้านั้น ที่แฟชั่นของหญิงชาวฮั่นซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่ของแผ่นดินจีน มักแยกเสื้อกับกระโปรงออกจากกัน อย่างไรก็ตาม ในยุคกลางราชวงศ์ชิง ชุดของสาวแมนจูกับสาวฮั่น ต่างก็เริ่มเลียนแบบซึ่งกันและกัน
หลังปี ค.ศ.1840 วัฒนธรรมตะวันตกได้ค่อยๆ จู่โจมเข้าสู่แดนมังกรพร้อมกับยุคล่าอาณานิคม เมืองชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะเมืองสำคัญอย่าง เซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีชาวตะวันตกเข้าอยู่อาศัยปะปนกับชาว จีน จึงได้รับอิทธิพลตะวันตกก่อนพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ ไม่เว้นแม้แต่แฟชั่นการแต่งกายแบบฝรั่งที่ค่อยๆ แทรกซึม และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง
รูปแบบของชุดกี่เพ้าที่เราเห็นกันในปัจจุบัน จึงมีวิวัฒนาการจากชุดสตรีชาวแมนจู ที่ถูกสตรีชาวฮั่นนำไปประยุกต์ดัดแปลง ผสมผสานการดูดซับเอาวัฒนธรรมเครื่องแต่งกายที่เน้นส่วนโค้งเว้าเข้ารูปแบบ ตะวันตก โดยจะมีลักษณะของแขน ปก ชาย การผ่าข้าง และความสั้นยาวเปลี่ยนไปตามความนิยมในแต่ละยุคสมัย

{อืม ค่ะ.....แล้วอย่างชุดกี่เพ้าที่คุณพี่แอ๊บแอ้ใส่อยู่เนี่ยเรียกว่า เป็นสไตล์ไหนคะ}

^_^ อ๋อเรียกว่ากี่เพ้ารุ่นแหกโค้งค่ะ ลมพัดทีหนาวไปถึงลำไส้เล็ก เลยทีเดียวค่ะ คุณพี่แอ๊บแอ้เลยต้องใส่เสื้อข้างในถึงสองชั้นค่ะ ....

{แล้วคุณพี่ไม่อึดอัดบ้างเหรอคะเนี่ย ใส่ตั้งหลายชั้น}

^_^เอ...หรือว่าคุณน้องจะให้คุณพี่แอ๊บแอ้ ถอดเสื้อตัวในออกดีมั๊ยคะ แล้วใส่แต่กี่เพ้าเดินให้ลมโกรกเล่น (ประชด)

{อย่า! อย่านะคะ วันนี้วันดีอย่า เอาเรื่องอุจาดยัดใส่ลูกกะตาคนอื่นเลยค่ะ สงสารคุณผู้อ่านชาวประพันธ์สาส์นเถอะนะคะ}

ถ้าอย่างนั้นก็มาฟัง วิวัฒนาการของชุดกี่เพ้ากันต่อเลยดีกว่าค่ะ

ตั้งแต่ทศวรรษที่ 50 จนถึงยุคปฏิวัติวัฒนธรรม(ค.ศ.1966-1976) ชุด กี่เพ้าก็ถูกตีตราว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่านิยมคร่ำครึทั้ง 4 (แนวคิด วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตแบบเก่า) ที่สมควรถูกขจัดให้สิ้นแผ่นดินจีน
เมื่อผ่านพ้นยุคแห่งความขัดแย้งภายใน เข้าสู่ยุคเปิดประเทศ สังคมจีนเริ่มเปิดกว้างรับแนวคิดใหม่ๆ เสื้อผ้าที่เคยถูกบังคับให้ใช้ได้ไม่เกิน 3 สี คือ ดำ เทา และน้ำเงิน ก็ได้รับการปลดปล่อยให้มีอิสระเสรีทางสีสัน บรรดาสาวจีนจึงเริ่มสลัดชุดฟอร์มสมัยปฏิวัติ แล้วหยิบกี่เพ้าที่ถูกแช่เย็นไว้ราว 30 ปี มาปัดฝุ่นและแปลงโฉม แต่เนื่องจากปิดประเทศไปนาน ทำให้ชุดกี่เพ้าในช่วงทศวรรษที่ 80 ดูค่อนข้างจะเชย ไปนิด

กระทั่งปลายปีค.ศ.2000 ‘ฮวายั่งเหนียนหัว’ (In the mood for love) ภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมของผู้กำกับ หว่องการ์ไว (หวังเจียเว่ย) ออกฉายทั่วประเทศ ปลุกกระแสแฟชั่นชุดกี่เพ้าให้ตื่นขึ้นในแดนมังกรอีกครั้ง โดยเรื่องนี้ได้ออกแบบให้นางเอก จางมั่นอี้ว์ สวมชุดกี่เพ้าสุดคลาสสิกให้ผู้ชมได้ยลโฉมอย่างจุใจถึง 23 ชุด

ช่วง 10 กว่าปีมานี้ ชุดกี่เพ้าถูกออกแบบให้ทันสมัย มีรูปลักษณ์ใหม่ๆ ให้เห็นตามเวทีแคทวอล์กอยู่เสมอ ตลอดจนจัดเป็นเครื่องแต่งกายพิธีการของชาติจีนที่ปรากฏในเวทีระดับโลก

ศาสตร์ แห่งศิลป์ของชุดกี่เพ้ายังมีความต่างกันระหว่างสไตล์นครเซี่ยงไฮ้กับกรุง ปักกิ่ง โดยกี่เพ้าของเซี่ยงไฮ้จะได้รับอิทธิพลเสื้อผ้าแบบตะวันตกมากกว่า มีรูปแบบที่หลากหลาย ดูทันสมัยและคล่องแคล่ว ส่วนสไตล์ปักกิ่งนั้น จะดูเป็นทางการ และสุภาพเรียบร้อย
ทุกวันนี้ชาวจีนส่วนใหญ่ยอมรับกันว่า ช่างตัดเย็บชุดกี่เพ้าฝีมือเยี่ยมนั้นอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ขณะที่มีหลายเสียงลงความเห็นว่า หุ่นเนื้อนมไข่แบบสาวฝรั่ง ใส่ชุดกี่เพ้ายังไงก็ไม่มีเสน่ห์เท่าสาวจีนและสาวเอเชีย!

นับวันการแต่งกายที่เน้น สรีระแบบตะวันตกก็เข้ามามีอิทธิพลต่อเสื้อผ้าชาวจีนมากขึ้น ค.ศ.1933-1934 แฟชั่นผ่าข้างชุดกี่เพ้าสูงขึ้นเรื่อยๆ ถึงระดับน่อง และรัดรูปเข้าเอวมากขึ้น

# ในปีถัดมา ค.ศ.1935 สาวจีนนิยมกี่เพ้าที่ยาวคลุมเท้ามิดชิด ซึ่งถูกเรียกว่า กี่เพ้ารุ่นกวาดพื้น (เส่าตี้ฉีเผา)แต่กลับผ่าข้างต่ำลงมาอยู่ใต้หัวเข่า
# วิวัฒนาการของชุดกี่เพ้าฉีกแนวโบราณอีกครั้งในปีค.ศ.1937 จากเดิมที่เป็นแบบกระดุมเปิดอกข้างขาวอย่างเดียว ก็เริ่มมีแบบกระดุมเปิดอกทั้งซ้ายขวา และส่วนแขนสั้นขึ้น คือจะยาวจากช่วงไหล่ลงมาเพียง 2 นิ้ว

# ค.ศ.1938 ชุดกี่เพ้าในเซี่ยงไฮ้เริ่มนิยมคอปกที่สูงขึ้น ชายกระโปรงยาวคลุมถึงพื้น เน้นรัดรูป และแขนกุด ซึ่งช่วยเพิ่มความเซ็กซี่ให้กับชุดกี่เพ้า

ชุดกี่เพ้ายุคหลังปฏิวัติ วัฒนธรรมมักจะตัดเย็บออกมาคล้ายรูปขวด โดยส่วนเอวจะคล้ายคอขวด สะโพกค่อนข้างหลวม ถือเป็นดีไซน์ โบราณผสมโม เดิร์นและมักใช้ผ้าที่มีลวดลายมาตัดเย็บ

{ประวัติ ความเป็นมาของชุดกี่เพ้านี่ช่างยาวนานเหลือเกินนะคะ ดูสิคะคุณพี่แอ๊บแอ้เล่าตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นยันพระอาทิตย์ตก กว่าจะจบ ฟังจนหูเปื่อยไปเลยทีเดียวคะ}

เวอร์แล้วละคะคุณน้องขา~

{แต่คุณน้องอ๊บ อ๊บก็ต้องกราบขอบพระคุณคุณพี่แอ๊บแอ้มากนะคะ ที่มอบความรู้มากมายให้กับพวกเรา}

^o^ ไม่เป็นไรหรอกค่ะเพื่อคุณผู้อ่าน คุณพี่แอ๊บแอ้จัดให้อยู่แล้วค่ะ อิอิ

จบ บทความแล้ว เย็นนี้คุณน้องไปทาน ซาลาเปา ขนมจีบ ติ่มซำ กันดีกว่าค่ะ

{ว้าว! คุณพี่ แอ๊บแอ้จะพาไปเลี้ยงภัตตาคารหรูเชียวหรือคะ ดีใจจังเลนค่ะเนี่ย}

^o^ อุ๊ยอุ๊ย เสียดายร้านพวกนั้นอยู่ไกลอ่ะค่ะ คุณพี่คิดว่าไปกินซาลาเปาวิญญาณหมู ร้านเจ๊ฉ่อยหน้าปากซอยนี่ก็พอค่ะ ไปเร้ว! คุณน้องขา~

{ค่า ค่า ค่า คุณพี่แอ๊บแอ้ -_- }

ข้อมูล อ้างอิงจาก : http://www.manager.co.th/MetroLife

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น